ร้านอร่อยแปดริ้ว

ร้านอร่อยแปดริ้ว อร่อยชิล ชวนลอง – 3

  1. เอกเขนก ฉะเชิงเทรา
    มาไหว้พระหลวงพ่อโสธรเสร็จแล้วต้องมาที่ร้านเอกเขนก
    ที่กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กเมืองฉะเชิงเทราไปแล้ว ชิลไปกับบรรยากาศดีๆ
    ริมแม่น้ำบางปะกง ร่มรื่น เย็นสบาย และอร่อยกับเมนูกุ้งเผาตัวใหญ่
    ปลาช่อนเอกเขนกไซส์ยักษ์ รวมไปถึงเมนูอาหารไทย-
    อาหารทะเลที่มีให้เลือกสรรหลากหลายเมนู นอกจากนี้ยังมีบริการจัดเลี้ยงในห้องแอร์
    พื้นที่กว้างขวางและหลากหลายไว้คอยให้บริการอีกด้วย
    พิกัด : 32/19 ถนนศุขประยูร (อยู่ริมแม่น้ำบางประกง) หน้าเมือง , เมืองฉะเชิงเทรา ,
    ฉะเชิงเทรา
    เบอร์ติดต่อ : 061-663-5691, 081-949-1394, 038-511-193
    เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 11:00 – 23:00
  2. Piasim Garden
    ทางผ่านหลังจากกลับมาจากไหว้พระหลวงพ่อโสธร บรรยากาศร้านดีมาก
    อาหารราคาไม่แพงเลย มีทั้งเมนูข้าวและขนมให้ซื้อกลับบ้าน
    หมูแดงและหมูกรอบรสชาติอร่อยเด็ด เป็นอีกร้านที่ไม่ควรพลาด
    พิกัด : ถนน บางปะกง – ฉะเชิงเทรา (อยู่ริมถนนสายบางปะกง-ฉะเชิงเทราฝั่งขาออก
    ถัดจากร้านอุ๋มปังหยา) บางพระ , เมืองฉะเชิงเทรา , ฉะเชิงเทรา
    เบอร์ติดต่อ : 097-236-2605 , 086-304-2301
    เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 07:00 – 16:00
  3. The River Barn
    ร้านอาหารบรรยากาศดีระดับ 5 ดาว ติดริมแม่น้ำบางปะกง อาหารรอไม่นาน
    พนักงานบริการดี ห้องน้ำสะอาด ร้านอาหารโปร่งโล่งหลังคาสูงนั่งสบาย
    เมนูเด็ดห้ามพลาดอย่างซี่โครงหมูเดอะรีเวอร์บาน รสชาติอร่อยเข้มข้น ก้ามปูอบหมี่
    ปูก้ามใหญ่มาก เติมพริกไทยหอมอร่อย แนะนำสำหรับใครที่ไปกันหลายๆ
    คนถ้าสั่งหลายหลายอย่างกินด้วยกันจะเอ็นจอยมาก เพราะอาหารที่นี่จานใหญ่สะใจ
    พิกัด : ถนน ศุภกิจ (อยู่ใกล้ตลาดบ้านใหม่) หน้าเมือง , เมืองฉะเชิงเทรา , ฉะเชิงเทรา
    เบอร์ติดต่อ : 038-515-892, 086-096-2992
    เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 11:00 – 23:00
  4. ครัวคุณหลิน

ถ้าได้เดินทางผ่านมาที่วัดสมานรัตนาราม ต้องแวะทานร้านนี้ ร้านอยู่ก่อนถึงวัดสมาน
ที่จอดรถกว้างขวาง สะดวกสบาย เมนูเด็ดอย่าง ปูไข่ทะลัก
อร่อยเด็ดและทะลักสะใจสมชื่อจริงๆ รวมถึงปีกไก่คั่วตะไคร้ รวมถึงปีกไก่คั่วตะไคร้
กรอบ ๆ ปรุงมากำลังดี ส่วนเมนูอื่นๆ ก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน ต้องลองแล้วจะรัก
พิกัด : ก่อนถึงวัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา (ณ วัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา)
คลองจุกกระเฌอ , เมืองฉะเชิงเทรา , ฉะเชิงเทรา
เบอร์ติดต่อ : 082-460-3982
เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 09:30 – 22:00 น.

อาหารจีนสุดฮิต

อาหารจีนสุดฮิต ที่ใครๆก็รู้จัก

1.LIN-FA Chinese Restaurant
ร้าน LIN-FA Chinese Restaurant 
เป็นร้านอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋ว ตั้งอยู่ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล
(โรงแรทสยามซิตี้เก่า) ร้านนี้มีชื่อเสียงมายาวนาน
ความพิเศษของทางร้านคือมีบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ  และนอกจากนี้ถ้าใครไม่อยากทานบุฟเฟ่ต์ เราก็มีเมนูอื่นแนะนำอีก คือ
เป็ดปักกิ่ง เป็ดของที่นี่ต้องบอกว่าเป็นเมนูซิกเนเจอร์ เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านหนังกรอบๆ หอมๆ อร่อยมาก
2.เล่งหงษ์
เล่งหงษ์ Byหมวย ลาดพร้าว71 ร้านนี้ขับรถผ่านเส้นลาดพร้าวก็จะเห็นป้ายร้านเด่นๆ
โดยเมนูเด่นของทางร้านนี้คือ กุ้งทอดครีมสลัด เป็ดปักกิ่ง หนังเป็ดกรอบ เป็นต้น นอกจากเมนูเด็ดๆ
ที่บอกไปแล้วเราก็ยังมีเมนูน่าสนใจเมื่อไปร้านนี้คือ หมูหัน กุ้งทอดครีมสลัด ยำกุ้งเล่งหงษ์
และถ้าอิ่มท้องกับอาหารคาวแล้ว เราก็ยังมีเมนุของหวานมาแนะนำกันอีกสักหนึ่งเมนู คือ สาคูแคนตาลูปนั่นเอง
3.ภัตตาคารจีน หลิวเซียงฟง
ภัตตาคารจีน หลิวเซียงฟง
ซึ่งชื่อร้านหมายถึง อาหารที่ดี อร่อย มีกลิ่นหอม ทานแล้วไม่รู้ลืม เปิดให้บริการอาหารจีนคุณภาพระดับพรีเมียม
ด้วยวัตถุดิบที่แตกต่างนำเสนอรูปแบบร้านผ่านประสบการณ์ด้านอาหารจีนอัน ยาวนาน
บรรยากาศในร้านเน้นความสะดวกสบาย ตกแต่งสไตล์จีนโมเดิร์น
4.ภัตตาคารอาหารจีน ตั้งใจอยู่
นำเสนอเมนูอาหารจีนต้นตำรับ อาทิ พระกระโดดกำแพง ซึ่งเป็นเมนูชื่อดังของร้าน
นอกจากน้ำซุปที่ต้องตุ๋นเป็นวันๆ แล้ว ส่วนผสมเกือบ 90% ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น
หูฉลามฮ่องกง,เป๋าฮื้อเม็กซิโก,แฮมยูนาน,เครื่องยาจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงปลิงทะเลอินโดนีเซียอีกด้วย
5.ภัตตาคารอาหารจีน ไชน่าพาเลซ
ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยชุดเก้าอี้สุดหรู ประดับด้วยโคมไฟระย้าเรืองรอง 
ที่พื้นปูพรมลวดลายสวยงาม
กระจกใสทรงสูงรอบด้านมีผ้าม่านประดับอยู่ทุกมุม
มองออกมาด้านนอกสามารถเห็นทิวทัศน์แบบพาโนราม่าของกรุงเทพฯ 
ที่สวยงามในยามค่ำคืนได้ชัดเจน
6.ภัตตาคารอาหารจีน ลีเหล่าหงี
ตกแต่งที่หรูหรา ภายในมีห้องโถงขนาดใหญ่ ตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัย ผนังด้านข้างเป็นสีแดงลายมังกรสีทอง
ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลายตัวอักษรภาษาจีนโบราณ ด้านหน้าติดกระจกใส ให้ความรู้สึกโปร่ง
สบายนอกจากนี้ทางร้าน ยังมีห้องจัดเลี้ยงถึง 7 ห้อง
7.HONG BAO
ร้านนี้มีทั้งหมด 4 สาขา เมนูเด็ดของทางร้านมีมากมาย ขอแนะนำเมนู  หมูกรอบหงเปาหนังกรอบ
ฮะเก๋ากุ้งซาลาเปาหมูแดงทอด และอีกหนึ่งเมนูของโปรดของหลายๆ คน ทุกเพศทุกวัย คือ เป็ดปังกิ่ง และ หมูหัน
ที่นี่ต้องบอกเลยว่ามาร้านนี้แล้วไม่ควรพลาด มากันเป็นตัวๆ เป็ดเนื้อนุ่มๆ หนังหอมๆ กรอบๆ…

ที่พักวิวสวย

ที่พักวิวสวยราคาไม่แพง

ปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักมีเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
รวมถึงราคาที่ถูกลงเพียงหลักร้อยก็สามารถไปเที่ยงต่างจังหวัดได้แล้ว
บทความนี้จะพาไปรู้จักกับที่ราคาหลักร้อยที่สวยงามไม่แพ้ที่พักราคาแพงๆเลย
1.โวโรน่า รีสอร์ท กาญจนบุรี โวโรน่า
รีสอร์ท สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ตัวรีสอร์ทสีขาว ตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว ทำให้รีสอร์ทดูมีชีวิตชีวา สดชื่นขึ้นมาทันที
นอกจากที่พักจะน่ารักน่าพักแล้ว ที่นี่ยังที่มาพร้อมกับวิวสวยๆ ราคาเริ่มต้นคืนละ 950++บาท
2.โรงแรมกะตะ คันทรี เฮาส์ (Kata Country House Hotel) ที่พักระดับ 3 ดาว แถวหาดกะตะ
ที่น่าพักอีกแห่ง อยู่ใกล้ทะเล ห้องพักราคาถูก แนวบังกะโลใกล้ชายหาด โรงแรมมีสระว่ายน้ำ บรรยากาศดี
สะดวกสบาย ราคาประหยัด ไม่แพง เหมาะสำหรับคู่รัก และครอบครัว ราคาเริ่มต้นคืนละ 510++บาท
3.โรงแรมเดอะ บลู เพิร์ล กะตะ บาย เดอะ บีช กรุ๊ป (The Blue Pearl Kata Hotel by The Beach
Group) ที่พักระดับ 3 ดาว อีกหนึ่งแห่งแถวหาดกะตะ ใกล้ชายหาด ใกล้ทะเล โรงแรมมีสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า
ห้องพักตกแต่งสวยงาม ราคาถูก หลักร้อย ราคาเริ่มต้นคืนละ 640++บาท
4.บางแสนเฮอริเทจ – Bangsaen Heritage Hotel Chonburi
สัมผัสที่พักดีๆ บรรยากาศหาดบางแสน กับการตกแต่ง ใหม่ในสไตล์โมเดิร์น ไทย (Modern Thai House-
Inspired) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมากจากบ้านไทยโบราณ
เหมาะสำหรับการพักผ่อนสบายๆที่ไม่ต้องการเดินทางไกล ราคาเริ่มต้นคืนละ 920++บาท

5.เดอะ โฟลตเฮ้าส์ ริเวอร์แคว – The Float House River Kwai Kanchanaburi
ถ้าใครชอบนอนบนแพ แบบว่าเปิดประตูมาโดดน้ำได้เลย ท่ามกลางวิวขุนเขาอันเขียวขจี
ห้องพักทุกหลังเป็นวิลล่าที่คุณจะสามารถนอนเห็นวิวแม่น้ำได้จากเบียงนอน
มีระเบียงส่วนตัวพร้อมเก้าอี้ชิงช้าให้นอนรับลมแม่น้ำ ทัศนียภาพแม่น้ำที่ถูกปกคลุมด้วยภูเขาอันเขียวขจี
ราคาเริ่มต้นคืนละ 890++บาท
6.อีซี่ รีสอร์ท (Eazy Resort) ที่พักระดับ 3 ดาว อยู่แถวหาดกะตะ ใกล้ชายหาด ใกล้ทะเล เดินไปได้ไม่ไกล
สะดวกสบาย ห้องพักตกแต่งเรียบๆสวยงาม โรงแรมมีสระว่ายน้ำ ราคาถูก หลักร้อย เงียบสงบ บรรยากาศดี
เหมาะสำหรับครอบครัว และคู่รักฮันนีมูนที่ต้องการพักผ่อนตากอากาศ ราคาเริ่มต้นคืนละ 720++บาท
7.โรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ (Ibis Phuket Kata Hotel) ที่พักระดับ 3 ดาว โรงแรมมีสระว่ายน้ำ วิวสวยๆ
น่าพักอีกแห่งย่านหาดกระตะ อยู่ใกล้ชายหาด ห้องนอนตกแต่งเรียบๆสะอาดสบาย ราคาประหยัด
ราคาเริ่มต้นคืนละ 920 บาท
8.พีช ฮิลล์ รีสอร์ท (Peach Hill Resort) ที่พักระดับ 3 ดาว โรงแรมในภูเก็ต วิวสวยๆ มีสระว่ายน้ำ
น่าพักแถวหาดกะตะ ห้องพักมีระเบียง มองเห็นวิวทะเล บรรยากาศดี พร้อมความสะดวก ราคาเริ่มต้นคืนละ1000++บาท

มอหินขาว สโตนเฮนจ์เมืองไทย

ที่พักต่างจังหวัด ที่ไม่ควรพลาด

ยุคนี้สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนถามถึง ด้วยราคาที่ถูกลงมากแม้มีงบน้อย
ก็สามารถไปเที่ยวได้ บทความนี้จะมาแนะนำถึงสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศ ที่ราไม่แพง
ด้วยราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ คุ้มค่าแก่วันหยุดพักผ่อน

1.วังใหญ่โฮมสเตย์ จ.สมุทรปราการ…. เป็นอีกหนึ่งโฮมสเตย์ที่พลาดไม่ได้เลย
เพราะคุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงที่คนไม่พลุกพล่าน ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน
จ.สมุทรปราการ…. ราคาต่อคนอยู่ที่ 500 บาทเท่านั้น ราคานี้รวมค่าอาหารแล้วอีกด้วย

2.บ้านสวนริมน้ำ โฮมสเตย์ จ.จันทบุรี ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาสองลูกคือเขาคิชฌกูฏและเขาสอยดาว
บ้านพักที่อยู่ในสวนผลไม้ติดน้ำตก บรรยากาศโอบล้อมด้วยต้นไม้ ลำธาร และขุนเขา อากาศเย็นสบายตลอดปี
บ้านพักมีทั้งหมด 10 หลัง มีทั้งเป็นบ้านพัก และบ้านไม้ไผ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
กิจกรรมมีให้เลือกทำหลากหลาย อาทิ ปั่นจักรยาน, เดินป่า, ชมนกชมไม้ ส่วนใหญ่นิยมเล่นน้ำ
และชมชิมผลไม้ตามฤดูกาล ห้ามพลาดชิมเมนูพื้นบ้าน น้ำพริกกะปิ, ผักต้ม 
และหมูชะมวง ราคาที่พักเริ่มต้น 500 –600 บาทต่อคน

3.บ่อฝ้าย โฮมสเตย์
ที่พักติดริมทะเลหัวหินราคาถูกที่ดูแลโดยส่วนราชการ
ซึ่งเป็นบ้านพักสวัสดิการทหารอากาศที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพักได้ในราคาเบา ๆ
มีให้เลือกทั้งแบบบังกะโลและอาคารที่ สามารถมองเห็นวิวทะเลได้เลย เหมาะกับคนที่มีญาติเป็นทหาร ตำรวจ
เพราะจะได้ส่วนลดพิเศษ ส่วนบุคคลทั่วไปจะราคาสูงกว่านิดหน่อย ที่สำคัญคือรับรองความปลอดภัย
แน่นอนประเภทห้องพักแบบคอนโด เริ่มต้น 800 บาท

4.บลูเวฟ หัวหิน บลูเวฟ หัวหิน ที่พักสุดเงียบสงบบนอ่าวตะเกียบ ตั้งอยู่ติดกับทะเล
เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ได้สัมผัสกับท้องทะเลกว้างใหญ่ ให้บริการที่พักแบบโรงแรม ห้องพักตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น
กว้างขวาง สีสันสบายตา เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ทีวีจอแอลซีดี อินเทอร์เน็ตไร้สาย
โซฟา ไดร์เป่าผม ของใช้ภายในห้องน้ำ มินิบาร์ ฯลฯ ทุกห้องจะมีระเบียงให้ได้ชมวิวและนั่งชิลยามว่าง
บางห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ไกลสุดลุกหูลูกตา บรรยากาศดีมาก ๆ นอกจากนี้พนักงานต้อนรับยังมีอยู่ตลอด
24 ชั่วโมง มีสระว่ายน้ำ ยิม ร้านอาหารไว้บริการด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 1,000-1,300 บาท

5.ไอสไตล์ หัวหิน (I Style Huahin)ตั้งอยู่ที่ซอยหัวหิน 19 ห่างจากชายหาดหัวหินเพียง 300 เมตร
เป็นบูติคโฮเทลขนาดเล็กสไตล์โมเดิร์น เปิดให้บริการห้องพักทั้งหมด 23 ห้อง
ห้องพักทุกห้องถูกออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะและแตกต่างกันออกไปตามสีสัน และอารมณ์ความรู้สึก
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและการบริการอย่างเป็นกันเอง
ที่ตั้ง ซ.หัวหิน19 ถ.เพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ราคาตั้งแต่ 500 – 3,900 บาท

ถนนคนเดินสังขละบุรี

ถนนคนเดินสังขละบุรี

นายอิสสระพงษ์ แทนศิริ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกาญจนบุรี เปิดเผยว่า
ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ทางอำเภอสังขละบุรี
ร่วมกับสำนักงานเทศบาลตำบลวังกะ พ่อค้า ประชาชน และชาวอำเภอสังขละบุรี
จะพร้อมใจกันจัดกิจกรรม ถนนคนเดินสังขละบุรี ขึ้นอีกครั้งในทุกเย็นวันเสาร์
เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอสังขละบุรี
ตลอดจนเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าและกลุ่มชาติพันธุ์
รวมทั้งเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนและประชาชนในอำเภอสังขละบุรี
โดยกิจกรรมในถนนคนเดินจะประกอบด้วยการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
สินค้าโอท็อป สินค้าของฝากของที่ระลึกจากร้านค้าต่าง ๆ มากกว่า 100 ร้าน,
การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ในอำเภอสังขละบุรี ได้แก่ ไทย
มอญ กะเหรี่ยง และเมียนมา, การแสดงของนักเรียนในเขตอำเภอสังขละบุรี
การแสดงดนตรี การออกร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ
โดยจะเริ่มประเดิมเปิดตลาดเพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)
ของอำเภอสังขละบุรีอีกครั้ง ในช่วงวันหยุดยาววันปิยะมหาราช วันศุกร์ที่ 23และวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2558
สำหรับอำเภอสังขละบุรี
นับเป็นอำเภอหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี
ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอยากมาเที่ยวชม
ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่รอให้มาสัมผัส อาทิ สะพานมอญ สะพานแพลูกบวบ
วัดวังก์วิเวการาม เจดีย์พุทธคยา เมืองบาดาล (Unseen Thailand) ห้วยซองกาเลีย
ด่านเจดีย์สามองค์ และยังมีวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจ ทั้งไทย
มอญ กะเหรี่ยง และเมียนมา ที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบ
ประกอบกับช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว อำเภอสังขละบุรีจะมีสภาพอากาศที่เย็นสบาย
มีทัศนียภาพที่สวยงาม จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว
พร้อมแวะมาช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าหลากหลาย อาหารท้องถิ่นที่หาทานยาก
พร้อมชมการแสดงทางวัฒนธรรม และการละเล่นต่าง ๆ ภายใน
ถนนคนเดินสังขละบุรี
ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้รับความสุขและความประทับใจที่เต็มเปี่ยมกลับไป
สำหรับกิจกรรม ถนนคนเดินสังขละบุรี จะจัดขึ้นในทุกเย็นวันเสาร์ ณ
บริเวณถนนด้านข้างโรงแรมศรีแดง ใกล้ตลาดสดเทศบาลสังขละบุรี ตั้งแต่ 5 โมงเย็น
ถึง 4 ทุ่ม (หากสัปดาห์ใดตรงกับช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว
อาจมีการพิจารณาปรับเพิ่มวันตามความเหมาะสม) ททท. สำนักงานกาญจนบุรี
จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาเยือนสังขละบุรี แวะมาเดินเที่ยวชม ช้อป ชิม
ที่ถนนคนเดินแห่งนี้ร่วมกัน…

ทุ่งดอกเก๊กฮวย จังหวัดเชียงใหม่

ทุ่งดอกเก๊กฮวย โครงการร้อยใจรักษ์ จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อย่างเข้าหน้าหนาวแบบนี้ หนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสนใจ
น่าจะต้องมีกิจกรรมของการเที่ยวชมทุ่งดอกไม้สวย ๆ อยู่ด้วยแน่นอน
ลองนึกภาพว่าได้อยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สวย ๆ และลมหนาวพัดมาชิล ๆ แหม !
ช่างเป็นบรรยากาศท่องเที่ยวที่ใครก็อยากเจอ วันนี้เราจะพาคุณเที่ยวทุ่งดอกเก๊กฮวย
โครงการร้อยใจรักษ์ จังหวัดเชียงใหม่กัน
บอกเลยว่าทั้งสวยและถูกใจไม่แพ้ทุ่งดอกไม้ที่อื่นเลยทีเดียว
ทุ่งดอกเก๊กฮวยแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในโครงการร้อยใจรักษ์ บ้านห้วยส้าน
ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมกับ ปปส.
ดำเนินโครงการพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560
เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็น
ตลอดจนแก้ไขปัญหายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ
ตามศาสตร์พระราชาตำราแม่ฟ้าหลวงจนเมื่อพระเจ้าหลานเธอ
พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ในโครงการ
และพระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการร้อยใจรักษ์”
แต่ในช่วงหน้าหนาวนี้ ดอกไม้ที่โครงการร้อยใจรักษ์กำลังออกดอก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกเก๊กฮวย ที่ตอนนี้กำลังผลิกลีบสีเหลืองบานเต็มที่
เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปแบบเพลิน ๆ
นักท่องเที่ยวสามารถสามารถเข้ามาถ่ายรูปกับดอกเก๊กฮวยสวย ๆ ได้
ซึ่งนอกจากมีดอกเก๊กฮวยแล้ว
ยังมีดอกทานตะวันและแปลงปลูกผักให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมอีกด้วย
ใครที่จะมาถ่ายรูปกับดอกเก๊กฮวยสามารถมาได้จนถึงช่วงประมาณเดือนมกราคม
2562 หลังจากนั้นเกษตรกรจะเริ่มทำการเก็บเกี่ยวต่อไป
ที่สำคัญ…เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

มอหินขาว สโตนเฮนจ์เมืองไทย

บุก มอหินขาว สโตนเฮนจ์เมืองไทย

หากกล่าวถึง สโตนเฮนจ์ ทุกคนคงนึกถึงอนุสรณ์สถาน
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ กลางทุ่งราบกว้างใหญ่บนที่ราบซอลส์บรี
บริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ ที่มีแท่งหินยักษ์ 112 ก้อน
ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง มองดูแล้วน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
แต่น้อยคนนักจะทราบว่าหากต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์ของ
สโตนเฮนจ์ ซึ่งเป็นมรดกโลก
และหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง
ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงอังกฤษ เพราะเมืองไทยของเราก็มี
มอหินขาว ที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน
มอหินขาว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา
บ้านวังคำแคน ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
ประกอบด้วยกลุ่มหินทรายสีขาววางเรียงรายคล้ายกับ
“สโตนเฮนจ์” ในประเทศอังกฤษ
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ มอหินขาว
จะได้รับการขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า “สโตนเฮนจ์เมืองไทย”
ซึ่งเกิดจากการสะสมของตะกอนทรายและดินเหนียวแข็งตัวกลายเ
ป็นหิน ลักษณะของหินกลุ่มต่างๆ
เกิดจากเคลื่อนไหวของเปลือกโลกบีบอัดจนเกิดการคดโค้ง
แตกหัก กัดเซาะทั้งแนวตั้งและแนวนอน สร้างสรรค์เป็นรูปต่างๆ
ตามจินตนาการของผู้พบเห็น
โดย มอหินขาว จะมีกลุ่มหินอยู่หลายแห่ง กลุ่มหินชุดแรก
คือ “เสาหิน 5 ต้น” มีความสูงประมาณ 12 เมตร
ต้นที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดเท่ากับ 22 คนโอบ
เสาหินกลุ่มนี้นับเป็นเสาหินที่โดดเด่นที่สุด
และเป็นไฮไลท์ของการมาเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้
ถัดจากกลุ่มหินชุดแรกไปเล็กน้อย
จะถึงบริเวณลานกางเต้นท์ มีห้องน้ำบริการ
จากจุดนี้มีเส้นทางเดินไปยังกลุ่มหิน และจุดชมวิว ได้แก่
หินเจดีย์โขลงช้าง ระยะทางเดินเท้า 650 เมตร, ลานหินต้นไทร
900 เมตร, สวนหินล้านปี 1,250 เมตร และจุดชมวิวผาหัวนาค
2,500 เมตร

ส่วนหินกลุ่มที่ 2 อยู่ห่างจากกลุ่มแรกประมาณ 500 เมตร
เรียกว่า “ดงหิน” เป็นแท่งหินทรงแปลกประหลาด
รูปร่างคล้ายเจดีย์ กระดองเต่า รองเท้าบูท
และจากจุดนี้เราสามารถขึ้นไปชมวิวที่กว้างไกลสุดสายตาของที่นี่ได้
ปิดท้ายที่หินกลุ่มที่ 3 อยู่ห่างออกไปอีก 1,500 เมตร
เป็นแท่งหินและเสาหินขนาดเล็กกระจายอยู่บนลานหินกว้าง
ลาดเอียงขึ้นไปจด “ผาหัวนาค”
ในช่วงฤดูฝนนักท่องเที่ยวจะได้ชมดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งรายล้อม
เป็นมนต์เสน่ห์แห่ง มอหินขาว
นอกจากการมาเยี่ยมชมความมหัศจรรย์ของกลุ่มหินต่างๆ
แล้ว “มอหินขาว”
ยังอยู่ใกล้กับมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่คอยรองรับนักเดินทาง
อาทิเช่น น้ำตกตาดโตน หรือ ทุ่งดอกกระเจียว
ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ
ขณะที่การเดินทางมาสัมผัสความมหัศจรรย์ของ มอหินขาว
ก็ไม่ยากเย็นอะไร หากมีรถยนต์ส่วนตัว
ก็มุ่งหน้าจากกรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1
(ถนนพหลโยธิน) ผ่านรังสิตวังน้อย จนถึงสามแยกจังหวัดสระบุรี
จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2
(ถนนมิตรภาพ) แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201
ที่อำเภอสีคิ้ว อำเภอด่านขุนทด เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ
รวมระยะทางประมาณ 342 กิโลเมตร
กินเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง

อุทยานแห่งชาติเขาค้อ

ท่องประวัติศาสตร์ เที่ยวธรรมชาติ ที่เขาค้อ

หากพูดถึง “เขาค้อ” แฟนมวยหลายคนอาจร้อง อ๋อ
พลางบอกว่า “ก็พี่ชายฝาแฝดของเขาทรายไง” แต่ เขาค้อ
ที่เรากำลังจะพูดถึงคืออำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์
ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ได้รับความนิยม
สาเหตุที่ภาคเหนือมักได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในฤดูฝน
นั่นก็เพราะพื้นที่บริเวณนี้มักจะมีต้นไม้เขียวขจีในช่วงนี้ของทุกปี
แต่สำหรับคนที่รักสบายหน่อย เขาค้อ ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
เพราะนอกจากจะไม่ไกลกรุงเทพมหานครมาก
ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ของนายทหารตำรวจ
ที่พลีชีพปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากกลุ่มคอมมิวนิสต์
แม้ปัจจุบันจะหลงเหลือไว้แต่เพียงความทรงจำ
แต่คงเป็นเรื่องดีที่สักครั้งเราได้เดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้แล้ว เขาค้อ มีอะไรบ้าง?

สำหรับคนที่ยังไม่เคยเดินทางไปสัมผัส
เราขอบอกเลยว่าอย่างแรกที่คุณจะได้รับจากการเดินทางไป
เขาค้อ คืออากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี
แต่บรรยากาศจะยอดเยี่ยมที่สุดช่วงปลายฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนา
ว เรียกว่าใครไม่มีคู่แอบเศร้าไปตามๆ กัน
ส่วนแลนด์มาร์คที่ร่าสนใจของ เขาค้อ ไล่ตั้งแต่
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว หนึ่งในวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์
ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาสูง
ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่งดงามและเงียบสงบ
ส่วนของวัดประดับด้วยหินอ่อน, กระเบื้องสี
และเซรามิกสีสันสวยงาม พระตําหนักเขาค้อ
ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมด้านนอกได้
ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของเขาค้อ
และยังมีดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใส
รวมถึงทิวสนเรียงรายตามไหล่เขา ให้ชักภาพเป็นที่ระลึกด้วย

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ
สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของเหล่าทหาร, ตำรวจ และพลเรือน
ผู้พลีชีพในการสู้รบปกป้องพื้นที่
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์และได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
ฐานอิทธิ หรือ พิพิธภัณฑ์อาวุธ
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของ เขาค้อ
เพราะเคยเป็นฐานสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีต
ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ
และเป็นจุดหนึ่งที่สามารถชมทิวทัศน์สวยงามได้
น้ำตกศรีดิษฐ์ น้ำตกหินชั้นขนาดใหญ่ เป็นน้ำตกชั้นเดียว
มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ซึ่งในช่วงฤดูฝนน้ำจะมีปริมาณมาก
นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นน้ำบริเวณลานกว้างได้หรือแวะชมครกพลังน้ำ
บริเวณน้ำตกมีร้านค้าของที่ระลึกจากชาวเขาและร้านอาหารหลายร้าน
นอกจากนี้ เขาค้อ
ยังเชื่อมต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ไล่ตั้งแต่
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง, ภูทับเบิก หรือ
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เรียกว่าจะไปท่องเที่ยว เขาค้อ
โดยตรง หรือจะใช้เป็นทางผ่าน ก็ควรค่าแก่การแวะเยี่ยมเยือน
ส่วนการเดินทางก็ไม่ยากเย็นอะไร เพียงแค่ 372 กิโลเมตร
จากกรุงเทพมหานคร เดินทางด้วยรถส่วนตัวเพียง 5 ชั่วโมง
ก็สามารถสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวอันเงียบสงบ
พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองไปในตัว
รับรอง…งานนี้มีแต่ได้กับได้!!!

ชมทุ่งดอกกระเจียว-ชัยภูมิ

ชมทุ่งดอกกระเจียวที่ชัยภูมิ

ในขณะที่หน้าฝนเป็นฤดูกาลพักผ่อนของใครหลายคน
แต่ดูเหมือนพี่น้องชาวชัยภูมิจะแตกต่างออกไป
เพราะพวกเขามักจะคึกคักเป็นพิเศษ
เนื่องจากต้องคอยต้อนรับเหล่านักท่องเที่ยวที่จะพาเหรดกันมาชม
ความงามของดอกกระเจียว หรือ เทศกาลชมทุ่งดอกกระเจียว
โดยที่จังหวัดชัยภูมิ สามารถชมทุ่งดอกกระเจียวได้ 2 แห่ง
คือ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และ
อุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว
ซึ่งแม้จะเหมือนกัน แต่เป็นตัวเลือกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพราะหากคุณเลือกไปชมทุ่งดอกกระเจียว
ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
จะสามารถเดินทางได้ง่ายด้วยรถยนต์ส่วนตัว
เพียงแต่อาจต้องตื่นเช้าสักหน่อย เพราะช่วงที่สวยที่สุดคือ 06.00-10.00 น.
และควรมาชมในช่วงต้นฤดูฝน หรือระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคมด้วย
แต่หากเลือกไปชมทุ่งดอกกระเจียว

ที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง จะต้องขับรถไปอีก 80 กิโลเมตร
แล้วต้องเดินทางเข้าไปอีกพอสมควร
กระนั้นจะได้ภาพแห่งความประทับใจที่มากกว่า
เพราะทุ่งดอกกระเจียวยังคงความเป็นธรรมชาติมากกว่า
ซึ่งนอกจากการเดินทางไปชมทุ่งดอกกระเจียวแล้ว
อุทยานแห่งชาติไทรทอง ยังมี น้ำตกไทรทอง, น้ำตกบุษบากร และ
น้ำตกชวนชม ไว้ให้บริการ จะเลือกเดินศึกษาธรรมชาติผ่าน
ผาพิมใจ ก็ไม่ว่ากัน แล้วตามสภาพร่างกายและความต้องการ
หรือจะเลี่ยงไปชมวิวที่ผาพ่อเมือง ชักภาพทิวทัศน์สวยๆ
ที่แลนด์มาร์คแห่งการเซลฟี่อย่าง ผาเพลินใจ, ผาอาทิตย์อัสดง,
ผาสวนสวรรค์ และ ผาหำหด จะเลือกเพียงหนึ่ง จะเก็บครบหมด
ไม่ว่ากัน อยู่ในงบค่าผ่านประตู 40 บาท
พร้อมอากาศหนาวเย็นตลอดปีส่วน อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
นอกจากการเดินทางไปชมทุ่งดอกกระเจียวแล้ว

คุณยังสามารถเดินศึกษาแหล่งต้นน้ำของลุ่มน้ำชี และแม่น้ำป่าสัก
เรียกว่าตระการตาไม่แพ้อุทยานแห่งชาติอื่นๆในประเทศไทยแน่นอน
ไม่นับรวมการชมทิวทัศน์อันสวยงามของแนวเทือกเขาพังเหย
ผ่านจุดชมวิวสุดแผ่นดินที่เรียกว่า “ผาพังเพย”รับรองว่าจะร้องว้าวแบบไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะลานป่าหินงามและวิวยามพระอาทิตย์ขึ้นที่มิกซ์แอนด์แมตช์ ลงตัวเป็นที่สุด
ขณะที่การเดินทางมายัง อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
ก็ไม่ยากเย็นอะไร ขับรถมุ่งตรงจากกรุงเทพมหานคร ไปแค่ 3ชั่วโมงครึ่ง
รวมระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร ก็ถึงแล้ว
แม้เส้นทางอาจคดเคี้ยวเล็กน้อย แต่ไม่อันตรายอะไร
ด้าน อุทยานแห่งชาติไทรทอง เดินทางจากกรุงเทพมหานคร
เส้นทางเดียวกับ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม แต่ต้องขับขึ้นไปอีก
60 กิโลเมตร ใช้เวลาเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง
แต่จะได้ธรรมชาติที่สวยกว่าอีกนิดเป็นของแถม

อุทยานแห่งชาติเขาค้อ

เที่ยวญี่ปุ่นได้หลายแนว ชอบแบบนี้ต้องไปเที่ยวที่เมืองไหน

ประเทศญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมเดินทางไปกันมาก
ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความแตกต่างกันออกไป
มาดูกันหน่อยว่าถ้าชอบท่องเที่ยวแบบนี้แล้วควรต้องไปเมืองไหน

ชอบเที่ยวแบบชีวิตคนเมือง
ถ้าชื่นชอบไลฟ์สไตล์คนเมือง ผู้คนขวักไขว่ ร้านค้าร้านอาหารเพียบ
แบบนี้ก็ต้องไปยังเมืองหลวงอย่างโตเกียว หรือไม่ก็โอซาก้ากันไปเลย เพราะนี่คือ
2 เมืองที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคุณได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะความเจริญต่างๆ นั้นจะถูกรวบรวมเอาไว้อย่างครบครันที่โตเกียว
เรียกได้ว่ามีความบันเทิงให้ได้สัมผัสกันไม่รู้จบเลยทีเดียว

ชอบเที่ยวแนวสวนสนุก
แนะนำเป็น ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า USJ กันไปเลย
นี่คือสุดยอดสวนสนุกที่สามารถเที่ยวได้แบบทั้งวันโดยที่ไม่เบื่อ
ซึ่งคุณจะต้องไปที่โอซาก้า แต่ถ้าหากว่าชื่นชอบอะไรที่เป็นแนวน่ารักๆ หน่อย
ที่โตเกียวก็มี ดิสนี่ย์แลนด์ กับ ดิสนี่ย์ซี ไว้เป็นทางเลือกสำหรับการไปเที่ยวเช่นกัน
เป็นความสนุกสนานที่แม้จะไปแล้วก็ยังสามารถไปซ้ำได้อีกไม่มีวันเบื่อ

ชอบเที่ยวแนววัฒนธรรม
คงจะไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าเกียวโตอีกแล้ว
นี่คือเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม
เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของดินแดนอาทิตย์อุทัยที่งดงามเป็นอย่างมาก
ถือเป็นความโชคดีที่โบราณสถานหลายแห่งในพื้นที่แห่งนี้ไม่ถูกทำลายลงไปในช่
วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ทำให้ผู้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสสัมผัสกับความงดงามในอดีตที่ไม่เคยเลือนหายไปเล

ชอบเที่ยวแนวธรรมชาติ

สถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีมากมาย
ถ้าจะไปทางภูมิภาคคิวชูที่อยู่ตอนใต้ของประเทศก็จะมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่โออิ
ตะ ขณะที่ภูมิภาคโทโฮคุก็มีหุบเขาสวยๆ ทะเลสาบสวยๆ ให้ได้เลือกเที่ยวไม่รู้เบื่อ
และถ้าขึ้นเหนือไปยังฮอกไกโด ก็จะมีฟาร์มต่างๆ เพียบ
รวมไปถึงสวนดอกไม้เมืองฟุราโน่ที่ขึ้นชื่ออีกด้วย

ชอบเที่ยวแนวกินอาหารอร่อย
ต้องแนะนำที่โอซาก้าเลย
เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านี่คือแหล่งรวบรวมความอร่อยที่ทำให้นักท่องเที่ยวอาจก
ลับไปโดยที่น้ำหนักเพิ่มโดยไม่รู้ตัว อาหารขึ้นชื่อของโอซาก้าก็คือทาโกะยากิ
ถ้ามีโอกาสเดินทางมาเยือนก็จะต้องลองชิมให้ได้สักครั้ง
นอกเหนือจากนี้ก็มีอาหารอีกมากมายให้ได้ลิ้มลอง เลือกกันแทบไม่ไหวเลยทีเดียว

นี่ก็คือการเที่ยวแนวต่างๆ ซึ่งอันที่จริงก็คงมีอะไรที่แยกย่อยไปกว่านี้อีกมาก
ต้องลองมาสัมผัสเอาเองแล้วจะรู้ว่าสุดท้ายแล้วคุณชื่นชอบการเที่ยวสไตล์ไหนใน
ประเทศแห่งนี้